SPORT BLOG

About sport

\”ดุสิต\” กุนซือรายที่ 10 การท่าเรือยุคมา \”ดามแป้ง\” กับภารกิจล่าแชมป์ไทยลีกหนแรก

ความเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์ เมื่อได้รับโอกาสแล้ว ทำผลงานไม่ได้ดั่งที่ควรจะเป็นอาชีพที่มีค่าเหนื่อยสูงแต่ความมั่นคงก็น้อยสวนทางไปด้วยเพราะวัดกันที่ผลของงาน

     และแล้วชื่อของ \”โค้ชอู๊ด\” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ต้องกลายเป็นอดีตกับคำว่า กุนซือใหญ่ การท่าเรือฯ ซึ่งถือเป็นรายที่ 9 ในยุคที่มี \”มาดามแป้ง\” มานั่งเป็นประธานสโมสร

    ผู้มาใหม่ ไม่ใช่ใครอื่นไกล \”โค้ชโอ่ง\” ดุสิต เฉลิมแสน ที่ฤดูกาล 2020 ที่ผ่านมา พา \”กระต่ายแก้ว\” บีจี ปทุม ฯ คว้าแชมป์ไทยลีก มาครองได้เป็นสมัยแรก แถมเป็นการได้แชมป์ 2 ลีก 2 ปีติดทั้งไทยลีก 2 ต่อด้วยไทยลีก 1 อีกด้วย

     \”โค้ชโอ่ง\” เคยคุมทัพ การท่าเรือฯ มาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2556 เกือบ 1 ทศวรรษเลยทีเดียวที่เขาห่างเหินจากถิ่นคลองเตยไป หลังจากเคยพาทีมเลื่อนชั้นจากลีกรองสู่ลีกสูงสุดได้เมื่อฤดูกาล 2013 

    ชื่อของ ดุสิต จะถูกจารึกว่าเป็นกุนซือรายที่ 10 ของการท่าเรือฯ ในยุคที่มี นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นประธานสโมสร

    9 กุนซือคนก่อนหน้านี้มีใครบ้างไปดูกัน

    รายที่ 1\”น้าฉ่วย\” สมชาย ชวยบุญชุม ไทยลีกครั้งที่ 19 ปี พ.ศ. 2558 คุมทีม 5 นัดก่อน ลาออก

    รายที่ 2 อาจารย์ไพบูลย์ ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์ เข้าไปรับไม้ต่อจาก \”น้าฉ่วย\” ในไทยลีกครั้งที่ 19 เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยคุมทีม 6 นัด ชนะ 3 แพ้ 3 นัดทุกรายการ ก่อนโดนปลด ระหว่าง 3 เม.ย. – 16 มิ.ย. พ.ศ. 2558 คุมทีม 74 วัน

    รายที่ 3 แกรี่ สตีเวนส์ อดีตนักเตะ\”ไก่เดือยทอง\” ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ เป็นกุนซือต่างชาติคนแรกยุค \”มาดามแป้ง\” โดยคุมทัพสั้นสุดแค่ 41 วันแพ้ถึง 7 จาก 9 นัดในการคุมทีมทุกรายการ

    รายที่ 4 \”มาราโดน่าเมืองไทย\” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม คุมทีมต่อจาก แกรี่ สตีเวนส์ ผลงาน 10 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 5 นัด

    รายที่ 5 มาซาฮิโร่ วาดะ อดีตกุนซือ \”ฉลามชล\” ชลบุรี เอฟซี ชาวญี่ปุ่น คือกุนซือรายที่ 5 ยุค \”มาดามแป้ง\” และเป็นต่างชาติรายที่ 2 โดยเขาคุมทัพในช่วงทีมต้องหนีตาย แม้ว่าจะไม่สามารถพาทีมอยู่รอดในไทยลีกได้ กับการคุมทัพ 9 นัดสุดท้ายในไทยลีกครั้งที่ 19 เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดย ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 4 นัดไม่รอดตกชั้นแต่ก็ได้คุมต่อในไทยลีก 2 แต่ผลงานในลีกรอง ชนะ 8 เสมอ 9 แพ้ 2 นัด รวม 19 เกมก็ไม่เป็นที่พอใจแม้จะอยู่อันดับ 3 จนต้องออกจากทีมไป

    รายที่ 6 \”เซอร์เด็ด\” จเด็จ มีลาภ เขาที่เคยฝากผลงานพา ชลบุรีฯ ได้แชมป์ไทยลีกมาแล้ว ถูกเลือกมาทำงานให้กับทีมดังถิ่นคลองเตย และสามารถพาทีมเลื่อนชั้นกลับมาสู่ไทยลีกได้อีกครั้งในไทยลีกครั้งที่ 21 เมื่อปี พ.ศ. 2560 แต่สุดท้ายผ่านฤดูกาลดังกล่าว ไป 18 นัด\”เซอร์เด็ด \”ก็ยังอยู่กับทีมแต่ถูกดันเป็นที่ปรึกษาทีม

    รายที่ 7 \”ซิโก้\” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ถูกเลือกมารับงานคุมสโมสรอีกครั้ง แต่ \”ซิโก้\” ก็เอาชื่อมาทิ้งที่นี่เพราะคุมทีม 10 นัดชนะเกมเดียวเท่านั้น คุม นัดที่ 19-28 ระหว่าง 25 มิ.ย. – 20 ก.ย. 2560 ก่อนลาออก โดยชนะได้แค่ ไทยฮอนด้า 3-1 (ห ) ที่เหลือ แพ้ 6 เสมอ 3 นัด จากนั้น \”เซอร์เด็ด\” ก็กลับมารักษาการณ์อีกครั้ง และคุมทัพในไทยลีกครั้งที่  21 พาทีมจบอันดับ 9 และไทยลีกครั้งที่ 21 จบอันดับ 3 กระทั่ง ไทยลีกครั้งที่ 23 ปี พ.ศ. 2562 \”เซอร์เด็ด\” ก็กลับไปนั่งที่ปรึกษาอีกครั้ง ในเลกสอง

    รายที่ 8 \”กระยางดำ\” โชคทวี พรหมรัตน์ เขาผู้นี้สามารถพาทีมจบอันดับ 3 ไทยลีกและพาทีมได้แชมป์ ช้าง เอฟเอคัพ ครั้งที่ 11 ปี พ.ศ. 2562 ด้วยการชนะ ราชบุรีฯ ได้ 1-0 แต่ทว่าไม่สามารถพาทีมทำผลงานได้ดีในรายการ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก ที่ได้เล่นแค่เพลย์ออฟนัดเดียวเท่านั้น แม้จะได้คุมทัพต่อในไทยลีกครั้งที่ 24 แต่ก็คุมได้แค่ 4 เกมแบบผลงานดี ก่อน ต้องเบรกหนี โควิด -19 และ \”โชคทวี\” ก็ต้องแยกทางหลังคุมทัพมา 8 เดือน แบบมีดราม่า ถึงการทำงานร่วมกัน และเป็น จเด็จ กลับมาอีกครั้ง

    รายที่ 9 \”โค้ชอู๊ด\” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ คุมทีม ตั้งแต่ 21 ก.ย. 2563 เป็นต้นมา

    รายที่ 10 ดุสิต เฉลิมแสน (รอเปิดตัวอย่างเป็นทางการจากทางสโมสร )

    By. \”สิงห์นก Hk vp 9\”